เคล็ดลับบรรเทาอาการไอ วิธีละลายเสมหะได้ง่าย ๆ ด้วยตนเอง

เคล็ดลับบรรเทาอาการไอ - wellhealthcare

เสมหะ (Phlegm) เป็นสารคัดหลั่งหรือของเหลวชนิดหนึ่งที่อยู่ภายในระบบทางเดินหายใจ เช่น ช่องปาก ลำคอ โพรงจมูก และปอด ในช่วงที่สุขภาพแข็งแรงดี เสมหะจะดูใส มีปริมาณน้อย และมีหน้าที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นในลำคอและดักจับสิ่งแปลกปลอม อย่างฝุ่นผงและเชื้อโรค แต่เมื่อระบบทางเดินหายใจผิดปกติจากการเจ็บป่วยก็อาจส่งผลให้ลักษณะของเสมหะเปลี่ยนไปจากเดิม ความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะอาการไอและมีเสมหะ ไม่เพียงแต่สร้างความรำคาญและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่บางครั้งอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพได้ด้วย โดยในเบื้องต้นเคล็ดลับบรรเทาอาการไอเหล่านี้อาจบรรเทาได้ด้วยวิธีธรรมชาติและการใช้ยาที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป เสมหะกับโรคที่พบได้บ่อย โรคและความผิดปกติที่ส่งผลให้ร่างกายผลิตเสมหะมากขึ้นและทำให้เสมหะข้นหนืดกว่าปกติที่พบได้ทั่วไป เช่น โรคภูมิแพ้ โรคไข้หวัด โรคไข้หวัดใหญ่ โรคคออักเสบ โรคไซนัสอักเสบ บางครั้งเสมหะเหล่านี้ก็สามารถเกิดขึ้นจากสาเหตุทั่วไปที่พบได้ในชีวิตประจำวันเช่นกัน โดยอาจจะเป็นการรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ด การสูบบุหรี่ หรือการสูดดมสารเคมีจนทำให้ระบบทางเดินหายใจระคายเคือง นอกจากนี้ การมีเสมหะมากกว่าปกติเป็นเวลานานอาจเป็นสัญญาณของโรคเรื้อรัง อย่างโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหอบหืด โรคกรดไหลย้อน หรือโรคปอดชนิดอื่น ๆ ได้เช่นกัน เคล็ดลับบรรเทาอาการไอ และกำจัดเสมหะด้วยตนเอง ปริมาณและความข้นหนืดของเสมหะที่มากขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตได้ ในเบื้องต้นอาจใช้วิธีธรรมชาติและการรับประทานยาเพื่อลดความข้นหนืดและปริมาณของเสมหะ ดังนี้ การกำจัดเสมหะด้วยวิธีธรรมชาติ เคล็ดลับบรรเท่าอาการไอ มีเสมหะ สามารถบรรเทาอาการด้วยตนเองได้ดังนี้ กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ ทางการแพทย์เชื่อกันว่าน้ำเกลือมีสรรพคุณในการทำความสะอาด ลดการอักเสบ เพิ่มความชุ่มชื้น ซึ่งการกลั้วคอเบา ๆ ด้วยน้ำเกลือประมาณ […]

เลือกอาหารผู้สูงอายุอย่างไร เพื่อสุขภาพที่ดีของคนสูงวัย

เลือกอาหารผู้สูงอายุ - wellhealthcare

แต่ละวัยย่อมต้องการสารอาหารที่แตกต่างกันและเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายไปตามอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นวัยที่ร่างกายเจริญเติบโตสูงสุดและเกิดความเสื่อมได้มากกว่าวัยอื่น การเลือกอาหารผู้สูงอายุอย่างถูกวิธีเหมาะสมจะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและชะลอให้ร่างกายไม่ทรุดโทรมก่อนเวลาอันควร ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายในวัยผู้สูงอายุ อายุที่เพิ่มมากขึ้นจะเกิดความเปลี่ยนแปลงของร่างกายในหลายด้าน อย่างแรกเป็นเรื่องของระบบการเผาผลาญที่ลดลง การรับประทานอาหารตามใจปากอาจส่งผลให้น้ำหนักพุ่งขึ้นโดยไม่รู้ตัวและก่อปัญหาสุขภาพด้านอื่นตามมา ไม่ใช่แค่เพียงระบบการเผาผลาญเปลี่ยนแปลงไป แต่ระบบการย่อยอาหารก็เสื่อมประสิทธิภาพลงเช่นกัน ทำให้สารสำคัญในกระบวนการย่อยอาหารถูกผลิตน้อยลงและการดูดซึมสารอาหารสำคัญกลับไปใช้ในร่างกายลดลงตาม เช่น กรดโฟลิก วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 ดังนั้น การรับประทานอาหารที่ย่อยยากและการขาดสารอาหารจึงเป็นปัญหาที่เจอได้บ่อย ๆ ในวัยนี้ นอกจากนี้ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักจะมีโรคประจำตัวและรับประทานยาอยู่เป็นประจำ ซึ่งผลข้างเคียงจากยาบางประเภทอาจทำให้ความอยากอาหารลดลง รวมถึงเป็นวัยที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ได้ง่าย เช่น รู้สึกหดหู่ โดดเดียว จึงมักไม่สนใจในอาหารการกินมากนัก ทำให้รับประทานอาหารบางประเภทที่ให้พลังงานมากจนส่งผลให้มีน้ำหนักตัวมากขึ้นตามมา วิธีเลือกอาหารให้เหมาะกับผู้สูงอายุ กินแบบไหนได้แบบนั้น ฟังดูง่ายแต่ทำได้ยากนัก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและอารมณ์ ทำให้การกินและสุขภาพไปด้วยกันลำบาก การเลือกรับประทานอาหารอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ผู้สูงอายุมีความสุขในการกินมากขึ้นและสุขภาพแข็งแรงด้วยเคล็ดลับง่าย ๆ ดังนี้ เน้นอาหารที่มีประโยชน์ แต่ให้พลังงานต่ำ เท่าที่ทราบกันดีว่าร่างกายในวัยนี้มีการเผาผลาญลดลง จำนวนพลังงานที่ได้ก็ควรลดลงเช่นกัน การเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารมากแต่ให้พลังงานต่ำ (Nutrient Dense Foods) ดูจะเป็นทางออกที่ดี เนื่องจากร่างกายจะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนทั้งวิตามิน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันที่จำเป็น โดยมีจำนวนแคลอรี่ที่ไม่มากจนเกินไป เช่น ผัก ผลไม้ […]

เลือดออกในทางเดินอาหาร สาเหตุ และวิธีการรักษาอย่างไร

เลือดออกในทางเดินอาหาร - wellhealthcare

GI Bleeding (Gastrointestinal Bleeding) หรือเลือดออกในทางเดินอาหาร เป็นภาวะที่เกิดจากความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร โดยมักจะพบเลือดปะปนอยู่ในอุจจาระหรือผู้ป่วยอาเจียนปนเลือดออกมา ผู้สูงอายุที่มีเลือดออกในทางเดินอาหารอาจมีอาการเพียงเล็กน้อยไปจนถึงระดับที่รุนแรง หากมีปริมาณเลือดออกน้อยก็อาจไม่พบความผิดปกติในระยะเริ่มแรก และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาการของเลือดออกในทางเดินอาหาร สัญญาณและภาวะของ GI Bleeding ขึ้นอยู่กับว่าผู้ป่วยมีเลือดไหลออกจากบริเวณใดของทางเดินอาหาร ซึ่งสามารถพบได้ตั้งแต่ทางเดินอาหารส่วนต้นอย่างหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น รวมถึงทางเดินอาหารส่วนปลายอย่างลำไส้ใหญ่ ลำไส้ตรง และทวารหนัก โดยอาการที่อาจพบได้ เช่น อุจจาระเป็นสีดำ อุจจาระมีเลือดสีแดงสดปนอยู่ อาเจียนออกมาเป็นสีแดงหรือสีดำคล้ายกากกาแฟ ปวดท้อง เป็นต้น หากมีเลือดออกปริมาณมากจะมีอาการเวียนศีรษะ อ่อนแรง และซีดร่วมด้วย ซึ่งควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาโดยเร็ว นอกจากนี้ หากผู้ป่วยมีภาวะ GI Bleeding ที่เลือดออกเป็นปริมาณมากอย่างเฉียบพลัน อาจส่งผลให้ความดันโลหิตลดต่ำลง ไม่ปัสสาวะเลยหรือปัสสาวะในปริมาณเพียงเล็กน้อย ชีพจรเต้นเร็ว และหมดสติ จนนำไปสู่ภาวะช็อก ควรรีบนำผู้ป่วยไปส่งโรงพยาบาลโดยเร่งด่วน สาเหตุของเลือดออกในทางเดินอาหาร GI Bleeding สามารถเกิดขึ้นทั้งในทางเดินอาหารส่วนต้นหรือส่วนปลาย โดยสาเหตุที่พบได้บ่อย มีดังนี้ เลือดออกในทางเดินอาหารส่วนต้น สาเหตุที่มักทำให้เกิดอาการเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนต้น เช่น แผลในกระเพาะอาหาร เป็นสาเหตุหลักของ GI […]

ผู้สูงอายุออกกำลังกายอย่างไร ให้เหมาะสม

ผู้สูงอายุออกกำลังกายอย่างไร - wellhealthcare

ผู้สูงอายุออกกำลังกายอย่างไรให้เหมาะสมจะส่งผลดีต่อสุขภาพของคนได้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ออกกำลังกายเป็นประจำ จะช่วยให้มีสุขภาพที่ดี ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองหรือภาวะหัวใจขาดเลือด ทั้งยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงแก่กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และกระดูก ช่วยให้ต่อสู้กับโรคกระดูกพรุนและลดความเสี่ยงของการหกล้มหรือการเกิดอุบัติเหตุอื่น ๆ ได้ นอกจากจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง แต่การออกกำลังกายยังส่งผลดีด้านอื่น ๆ ด้วย โดยผู้สูงอายุที่ออกกำลังกายเป็นประจำนั้น อาจได้รับประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่าง ๆ เช่น การทำงานของสมอง นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า เซลล์ประสาทซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการคิด การจำ และการเคลื่อนไหวร่างกาย มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นหลังออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องเพียงไม่กี่วัน อีกทั้งยังพบว่าผู้สูงอายุที่มีร่างกายแข็งแรงมีคะแนนการทำแบบทดสอบสูงสุดทั้งด้านความจำ ด้านการประสานงาน รวมถึงการวางแผน นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาที่ชี้ให้เห็นว่าผู้สูงวัยที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปที่เดินออกกำลังกายตั้งแต่สัปดาห์ละ 3 ครั้งขึ้นไป มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสมองเสื่อมน้อยกว่าผู้ที่ออกกำลังกายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ถึง 35 เปอร์เซ็นต์ อารมณ์ มีงานค้นคว้าในผู้สูงวัยที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นเพศชายประมาณ 14 เปอร์เซ็นต์ และเพศหญิงประมาณ 18 เปอร์เซ็นต์ที่มีอาการซึมเศร้า พบว่าการออกกำลังกายอาจช่วยให้อาการซึมเศร้าทุเลาลงได้ และอาจมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับการใช้ยาต้านเศร้าหรือการบำบัดทางจิต แต่ขณะนี้ยังมีการศึกษาทดลองไม่เพียงพอที่จะยืนยันประโยชน์ของการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุในกลุ่มที่มีอายุมากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายก็ช่วยให้ผู้สูงอายุได้ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ อีกทั้งยังส่งผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจ การสูบฉีดเลือด […]

เจาะคอ วิธีช่วยเหลือผู้ป่วย กับเรื่องที่ควรรู้

เจาะคอ - wellhealthcare

การเจาะคอเป็นหัตถการรูปแบบหนึ่ง โดยแพทย์จะใส่ท่อหลอดลมคอผ่านผิวหนังที่ลำคอ เพื่อสร้างทางติดต่อระหว่างหลอดลมกับผิวหนังด้านหน้าของลำคอ ทำให้ผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพสามารถหายใจและนำอากาศเข้าสู่ปอดได้โดยไม่ต้องผ่านทางจมูก ซึ่งผู้ป่วยอาจต้องใช้เวลาปรับตัว ฝึกพูด ฝึกหายใจ และฝึกรับประทานอาหารใหม่หลังเจาะคอด้วย ทำไมต้องเจาะคอ ? ผู้ป่วย หรือ ผู้สูงอายุบางรายอาจต้องเจาะคอด้วยเหตุผลบางประการ เช่น ช่วยบรรเทาการอุดกั้นในระบบทางเดินหายใจส่วนบน ลดผลข้างเคียงจากการใส่ท่อช่วยหายใจเป็นเวลานาน สะดวกต่อการดูดเสมหะในหลอดลม และช่วยปกป้องทางเดินหายใจส่วนล่าง เป็นต้น นอกจากนี้ แพทย์อาจพิจารณาเจาะคอผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มบุคคล ดังต่อไปนี้ ผู้ที่มีอาหารหรือวัตถุขนาดใหญ่อุดตันทางเดินหายใจ ผู้ที่ไม่สามารถหายใจได้ด้วยตนเอง หรือต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นเวลานาน ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งบริเวณคอซึ่งไปกดทางเดินหายใจ เช่น มะเร็งกล่องเสียง เป็นต้น ผู้ที่มีกล้ามเนื้อส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกลืน เส้นเสียง หรือกระบังลมเป็นอัมพาต ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณช่องปาก คอ หรือผนังทรวงอกอย่างรุนแรง ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดบริเวณรอบกล่องเสียง คอ รวมถึงกะโหลกศีรษะ ผู้ที่สูดดมเขม่าควันหรือสารพิษที่ทำให้ทางเดินหายใจบวมและอุดตัน ผู้ที่จำเป็นต้องได้รับการดูดเสมหะในท่อลมและหลอดลมบ่อยครั้ง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ไม่มีสติ มีการติดเชื้อในปอด หรือมีเสมหะคั่งมาก ๆ ซึ่งไม่สามารถไอออกมาได้ดี ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ เช่น โรคท่อลมตีบ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดรุนแรง การติดเชื้อในปอด หรือมีเสมหะมากและไม่สามารถไอออกมาได้ เป็นต้น ผู้ป่วยที่มีอาการโคม่า ไม่มีสติ […]

อาหารบำรุงสมอง รักษาอัลไซเมอร์ ชัวร์หรือมั่วนิ่ม ?

อาหารบำรุงสมอง - wellhealthcare

อาหารและสมุนไพรหลากหลายชนิดที่เชื่อกันว่าสามารถช่วยบำรุงสมอง ป้องกันและรักษาโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อมชนิดอื่น ๆ โดยเฉพาะแปะก๊วย น้ำมันปลา และน้ำมันมะพร้าวที่มีการกล่าวถึงคุณประโยชน์ เป็นอาหารบำรุงสมอง ความคิด ความทรงจำอย่างแพร่หลาย แต่รู้หรือไม่ว่าข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ในทุกวันนี้พูดถึงการรักษาทางเลือกเหล่านี้ว่าอย่างไรบ้าง อัลไซเมอร์เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะสมองเสื่อม ส่งผลกระทบด้านความคิด ความทรงจำ และการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วยอย่างร้ายแรง ปัจจุบันพบว่ามีผู้สูงอายุป่วยด้วยโรคนี้เป็นจำนวนมาก โดยคาดว่าในปี 2573 สถิติผู้ป่วยในไทยจะพุ่งขึ้นสูงถึง 1,117,000 คน ทว่าก็ยังไม่พบแนวทางการรักษาทางการแพทย์ที่จะช่วยให้หายได้ จึงเกิดการตื่นตัวและมีการอ้างถึงการป้องกันและการรักษาทางเลือกโดยใช้สมุนไพรหรืออาหารต่าง ๆ ขึ้นมาจำนวนมาก อาหารบำรุงสมอง แปะก๊วย พืชสมุนไพรยอดนิยมที่กล่าวกันว่ามีสรรพคุณช่วยบำรุงความจำ เสริมสร้างการทำงานของสมอง ป้องกันและชะลออาการของโรคอัลไซเมอร์รวมถึงภาวะสมองเสื่อมทั้งหลาย โดยเชื่อกันว่าแปะก๊วยมีคุณสมบัติต้านการอักเสบและมีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะป้องกันไม่ให้เซลล์สมองถูกทำลาย ช่วยในการทำงานของสารสื่อประสาท รวมทั้งป้องกันการสะสมของอะไมลอยด์ (Amyloid) สารโปรตีนชนิดหนึ่งที่เชื่อว่าอาจไปสร้างความเสียหายต่อเซลล์สมองและเป็นสาเหตุให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยขนาดใหญ่ที่ศึกษาเปรียบเทียบระหว่างการใช้ยาหลอกกับแปะก๊วยในกลุ่มผู้สูงอายุที่ยังมีการทำงานของสมองเป็นปกติและกลุ่มที่พบความผิดปกติในการทำงานของสมองเล็กน้อย โดยใช้อาสาสมัครทั้งหมด 3,069 คน อายุตั้งแต่ 72-96 ปี ทดลองรับประทานสารสกัดจากแปะก๊วยเป็นประจำทุกวัน วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 120 มิลลิกรัม ผลการศึกษาพบว่าแปะก๊วยไม่สามารถช่วยลดการเกิดโรคอัลไซเมอร์หรือภาวะสมองเสื่อมแต่อย่างใด ซึ่งสอดคล้องกับอีกงานวิจัยหนึ่งที่ทดลองเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยจากการบริโภคแปะก๊วยเพื่อชะลอการเสื่อมถอยของความทรงจำในผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม โดยแม้จะพบว่าแปะก๊วยมีความปลอดภัยในการใช้ แต่ด้านประสิทธิภาพในการใช้นั้นไม่ดีนักและไม่อาจเชื่อถือได้ การรับประทานแปะก๊วยนั้นถือว่ามีความปลอดภัยกับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง แต่จะต้องรับประทานในปริมาณที่พอดี […]

ดูแลผู้สูงอายุอย่างไรให้มีสุขภาพดี – พบแพทย์

ดูแลสุขภาพผู้สูงอายุอย่างไร - wellhealthcare

โดยทั่วไปแล้ว ผู้สูงอายุมักมีปัญหาสุขภาพกายและสุขภาพจิต อันเนื่องมาจากการเสื่อมสมรรถภาพตามอายุที่มากขึ้น จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านปัญหาสุขภาพและสภาพแวดล้อมรอบตัวผู้สูงอายุ เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิต บุคคลในครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการดูแลผู้สูงอายุอย่างไร จึงจำเป็นต้องเข้าใจปัญหา เพื่อจะได้ดูแลสุขภาพและสภาพแวดล้อมของผู้สูงอายุอย่างถูกต้องและเหมาะสม ดังจะกล่าวต่อไป ทำไมการดูแลผู้สูงอายุจึงสำคัญ เมื่ออายุมากขึ้น ผู้สูงอายุหลายคนมักรู้สึกเหนื่อยง่ายและเคลื่อนไหวช้าลง บางคนอาจรู้สึกอ่อนเพลียและทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันลำบากขึ้น อาการเหล่านี้จัดเป็นปัญหาสุขภาพอย่างหนึ่งที่เรียกว่าภาวะเปราะบางในผู้สูงอายุ หรือเฟรลตี้ (Frailty) ผู้สูงอายุที่ประสบภาวะนี้จะรู้สึกอ่อนแรง เหนื่อย ไม่มีแรง รวมทั้งน้ำหนักลดลงเอง บุคคลในครอบครัวอาจสังเกตว่าญาติผู้ใหญ่ของตนเกิดอาการของภาวะเปราะบางในผู้สูงอายุหรือไม่จากอาการที่จะยกมากล่าวต่อไปนี้ หากเกิดอาการ 3 อย่างขึ้นไป อาจหมายถึงว่าผู้สูงอายุประสบภาวะดังกล่าวอยู่ รูปร่างผอมลง โดยน้ำหนักตัวลดลงเองประมาณ 5 กิโลกรัมหรือมากกว่านั้น เกิดอาการอ่อนเพลีย มักยืนเองไม่ค่อยได้หรือไม่มีแรงถือของ รู้สึกเหนื่อยง่ายมาก โดยทำสิ่งต่าง ๆ ไม่ค่อยได้ สมรรถภาพในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ถดถอย เช่น ออกกำลังกาย ทำงานบ้าน หรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่เคยชอบ แต่ทำไม่ได้เหมือนแต่ก่อน เดินช้าลง โดยใช้เวลาเดินในระยะทาง 5 เมตร มากกว่า 6-7 วินาที […]

5 อาการโรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อม โรคฮิตของวัยทำงานไม่แพ้ออฟฟิศซินโดรม !!

โรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อม - wellhealthcare

นอกจากอายุที่มากขึ้นแล้ว การนั่งทำงานในท่าเดิมนาน ๆ ก็สามารถส่งผลให้เกิดโรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อมได้ค่ะ ซึ่งในคนที่มีอาการปวดคอ ปวดบ่าไหล่ ปวดร้าวลงไปที่แขน รวมถึงมีอาการชาและอ่อนแรง ในบางคนถึงขั้นยกแขนไม่ขึ้น อาการแบบนี้หากเกิดขึ้นแล้วแน่นอนว่าต้องกระทบกับชีวิตประจำวันดังนั้นจึงต้องระวังให้ดีค่ะ โรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อมสามารถเกิดขึ้นได้กับหนุ่มสาวคนวัยทำงาน ซึ่งในปัจจุบันก็กลายเป็นโรคยอดฮิตไม่แพ้โรคออฟฟิศซินโดรมกันเลยทีเดียว และถึงแม้ว่าจะสามารถรักษาโรคนี้ได้หลายวิธีทั้งการผ่าตัดและไม่ผ่าตัด แต่การระวังไว้เสียแต่เนิ่น ๆ ไม่ให้เป็นโรคและไม่ให้มีอาการหนักย่อมดีกว่าค่ะ ดังนั้นวันนี้เราจึงได้รวบรวมอาการของโรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อม รวมถึงสาเหตุและวิธีดูแลตัวเองมาให้ด้วย เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อนดีกว่ามารักษาทีหลังค่ะ สาเหตุหลักของหมอนรองกระดูกคอเสื่อม ถึงแม้ว่าโรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อมจะพบมากในผู้สูงอายุและคนที่อายุ 40 ปีขึ้นไป แต่ในปัจจุบันกลับพบว่าคนวัยทำงานเป็นโรคนี้กันมากขึ้นค่ะ โดยสาเหตุหลัก ๆ ของการเกิดโรคนี้ในกลุ่มคนหนุ่มสาวคือการใช้กล้ามเนื้อที่ผิดลักษณะ เช่น การนั่งทำงานในท่าทางที่ไม่ถูกต้อง การนั่งอยู่ในท่าเดิมนาน ๆ อย่างการใช้คอมพิวเตอร์นาน ๆ หรือการนั่งก้มหน้าเล่นมือถือนาน ๆ ซึ่งท่าทางแบบนี้สามารถทำให้เกิดโรคได้ นอกจากนี้การเกิดอุบัติเหตุบางอย่างก็ทำให้เกิดโรคได้เช่นกัน โดยอุบัติเหตุนั้นทำให้หมอนรองกระดูกมีการเคลื่อนที่ไปกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลังค่ะ อาการของโรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อม ปวดคอ ปวดไหล่ โดยอาจจะมีความรู้สึกปวดร้าวลงไปถึงแขนได้ รู้สึกชาหรืออ่อนแรงบริเวณแขน มือ ขาและเท้า มีอาการคอแข็ง ขยับหรือเคลื่อนไหวคอได้ไม่สะดวก อาจมีอาการเดินลำบาก เพราะมีส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกายผิดปกติและไม่สามารถทำงานประสานกันได้เหมือนเดิม ในบางรายที่มีอาการหนัก อาจถึงขั้นไม่สามารถควบคุมระบบขับถ่ายได้ วิธีดูแลด้วยตัวเองไม่ให้เป็นโรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อม วิธีดูแลตัวเองที่ง่ายที่สุดเพื่อให้ห่างไกลจากโรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อมนั่นก็คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมค่ะ การไม่นั่งในท่าเดิมนาน ๆ […]

โรคอันตราย ทำให้ขาบวม เท้าบวม เกิดจากอะไร ?!!

โรคอันตราย เท้าบวม - wellhealthcare

อาการขาบวมถือเป็นสัญญาณหนึ่งของหลายๆ โรคค่ะ โดยอาการขาบวม เท้าบวม สามารถเป็นตัวบ่งบอกได้ว่าเป็นเรากำลังเป็นโรคต่างๆ ได้ ซึ่งหากใครที่ตอนนี้กำลังมีอาการดังที่กล่าวมาให้ระวังว่าอาจจะเป็น โรคอันตราย ดังต่อไปนี้ โรคอันตรายที่ทำให้ขาบวม เส้นเลือดดําที่ขาอุดตัน โดยปกติ หัวใจของเราจะบีบตัวเพื่อให้เลือดไหลเวียนไปทางเส้นเลือดแดงเข้าไปยังอวัยวะต่างๆ อย่างเช่นแขนขา ซึ่งเมื่อไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ แล้ว เลือดก็จะไหลเวียนกลับเข้าสู่หัวใจทางเส้นเลือดดำ หากเส้นเลือดดำที่ขาของเรามีการอุดตัน เลือดก็จะกลับเข้าสู่หัวใจไม่ได้และจะค้างอยู่บริเวณขา ทำให้ขาของเราบวมขึ้น โดยสาเหตุของการเกิดโรคอันตรายนี้ก็ได้แก่ การมีลิ่มเลือดอุดตันหรือเกิดจากการมีสิ่งแปลกปลอมไปกดบริเวณเส้นเลือดไว้ทำให้เส้นเลือดมีอาการตีบตันได้ โรคนี้จำเป็นที่จะต้องรีบไปพบแพทย์เพราะสามารถเป็นต้นเหตุนำไปสู่อาการช็อกหัวใจวายได้เลยค่ะ ต่อมน้ำเหลืองอุดตัน นอกจากที่ขาจะมีเส้นเลือดแดงและเส้นเลือดดำแล้ว ยังมีต่อมน้ำเหลืองด้วยค่ะ ซึ่งถ้าเกิดอาการต่อมน้ำเหลืองอุดตันขึ้นมาก็จะทำให้เรามีอาการขาบวมเท้าบวมได้ โดยโรคต่อมน้ำเหลืองอุดตันนี้ก็สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อ โรคมะเร็งหรือว่าจากการฉายแสง ซึ่งอาการขาบวมเท้าบวมจากโรคนี้มักจะบวมข้างเดียว ถ้าเรามีอาการขาบวมข้างเดียวให้รีบไปพบแพทย์ทันทีค่ะ ขาอักเสบติดเชื้อ โรคอันตรายนี้เกิดจากการที่ขาหรือว่าเท้าของเรามีการติดเชื้อ ซึ่งส่วนมากจะเป็นเชื้อแบคทีเรียโดยอาจจะเกิดการติดเชื้อจากบาดแผล ซึ่งจะทำให้ขาของเราอักเสบและมีอาการบวม และนอกจากจะบวมแล้วก็จะมีอาการปวด แดง รู้สึกร้อนขึ้นมาได้ด้วยค่ะ อาการขาอักเสบติดเชื้อถือเป็นอีกอาการที่ต้องระวัง โดยเฉพาะในคนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคไต โรคหัวใจ แนะนำว่าให้ไปพบแพทย์ค่ะ เพราะการปล่อยให้อักเสบโดยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อทางกระแสเลือดได้และทำให้เสียชีวิตได้เลยค่ะ โรคหัวใจ หัวใจของเรามีหน้าที่ในการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ถ้าหัวใจของเราทำงานผิดปกติหรือว่าทำงานน้อยลงก็จะส่งผลทำให้สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้น้อยลง ซึ่งในกรณีแบบนี้อาจจะทำให้เลือดคั่งในปอด ส่งผลให้น้ำท่วมปอดหรือเกิดเป็นอาการขาบวมก็ได้หากมีเลือดคั่งที่บริเวณขา […]

โรคข้อเข่าเสื่อม ควรกินอะไรดีที่ช่วยให้ข้อเข่าแข็งแรง

โรคข้อเข่าเสื่อม - wellhealthcare

โรคข้อเข่าเสื่อม สามารถส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้ป่วยได้เป็นอย่างมากเลยค่ะ เพราะนอกจากจะทำให้ผู้ป่วยเดินไม่ถนัดแล้ว ยังสร้างความเจ็บปวดได้ด้วย โดยโรคนี้เกิดจากการที่กระดูกอ่อนบริเวณข้อเข่าเกิดอาการสึกหรอ ฉีกขาดและเสื่อมสภาพ ส่งผลให้เกิดอาการปวดเข่า เกิดการอักเสบในข้อเข่า หากปล่อยไปนาน ๆ จนมีอาการมากขึ้น ผู้ป่วยก็จะรู้สึกเจ็บปวดเวลาก้าวเดิน รวมถึงงอเข่าหรือเหยียดเข่าได้ไม่สุดค่ะ ผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมส่วนมากมักเป็นผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยพบมากในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เพราะมีเรื่องของฮอร์โมน กระดูกและกล้ามเนื้อมาเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคค่ะ ซึ่งโรคนี้นอกจากจะพบในผู้สูงอายุแล้วในปัจจุบันก็ยังพบในคนที่อายุน้อย ๆ ด้วย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ดีหากเราจะป้องกันด้วยเองไว้เสียแต่เนิ่น ๆ ซึ่งหนึ่งในวิธีการป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อมก็คือการเลือกกินอาหารที่สามารถช่วยป้องกันโรคนี้ได้ เพราะหากได้รับสารอาหารที่เหมาะสม ก็จะเป็นการช่วยเสริมให้ข้อกระดูกรวมถึงกล้ามเนื้อของเราแข็งแรงได้ค่ะ อาหารช่วยป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อม เนื้อปลาทะเล เพราะเนื้อปลาทะเลมีสารอาหารสำคัญคือโอเมก้า 3 โดยโอเมก้า 3 นี้สามารถที่จะช่วยบำรุงข้อต่อกระดูกให้แข็งแรง ช่วยลดการอักเสบในข้อเข่า และช่วยยืดอายุการใช้งานของข้อเข่าได้ค่ะ ซึ่งนอกจากเนื้อปลาทะเลแล้ว โอเมก้า 3 ยังมีมากในถั่วและเมล็ดพืช เช่น วอลนัท เมล็ดฟักทอง เมล็ดแฟลกซ์ รวมถึงยังมีมากในไข่ น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันข้าวโพดและน้ำมันงา แครอท แครอทและผักที่มีสีสีนต่าง ๆ มีสารอาหารที่สำคัญคือเบต้าแคโรทีนค่ะ ซึ่งเบต้าแคโรทีนสามารถที่จะช่วยบำรุงข้อต่อต่าง ๆ […]